บทที่ 10 พิธีบรรลุราชันเซียน

บทที่ 10 : พิธีบรรลุราชันเซียน

ข่าวการกลับมาจากเหมืองวิญญาณต้องคำสาปโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แพร่กระจายไปทั่วสำนักกระบี่สวรรค์เร็วกว่าไฟลามทุ่ง

ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเรียกเซียวอู๋จี้ว่าขยะอีกต่อไป แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ที่วางแผนจะฆ่าเขาก็ต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในตำหนักของตัวเอง ไม่กล้าออกมาเจอหน้าใคร

ยอดเขากระบี่เมาที่เคยรกร้าง กลายเป็นยอดเขาที่มีคนอยากขึ้นมาที่สุด เพราะทุกคนรู้ว่าหลินชิงเยว่ที่อยู่บนยอดเขานั้นทะลุจากก่อลมปราณขั้นหกไปสู่ขั้นแปดในคืนเดียวหลังจากไปเหมืองกับเซียวอู๋จี้

"ศิษย์พี่เซียวอู๋จี้ ข้ามีขนมอร่อยๆ มาให้"

"นายน้อยเซียว ข้ามีตำราลับของตระกูลมาถวาย"

"พี่อู๋จี้..."

เสียงของศิษย์หญิงนับสิบคนที่มาต่อแถวอยู่ตีนเขาดังขึ้นทุกวัน จนหลินชิงเยว่ต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งปิดทางขึ้นเขาไว้

ภายในกระท่อม เซียวอู๋จี้นั่งขัดสมาธิอยู่ พลังสร้างรากฐานขั้นห้าของเขามั่นคงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากกลืนวิญญาณอสูรโบราณมา บัวอสุรานิรันดร์บานไปแล้วหกกลีบ เหลืออีกสามกลีบที่ยังไม่บาน

"อีกไม่นาน ข้าจะต้องไปจากที่นี่แล้ว" เขาพูดกับหลินชิงเยว่ที่นั่งอยู่ตรงข้าม "โลกเบื้องล่างนี้เล็กเกินไป อัจฉริยะที่นี่อ่อนแอเกินไป ข้าต้องการที่ที่มีอัจฉริยะระดับแก่นทองคำให้กลืน"

หลินชิงเยว่ที่กำลังเช็ดกระบี่น้ำแข็งของนางอยู่เงยหน้าขึ้น "เจ้าจะไปไหน?"

"สำนักใหญ่กว่านี้ แคว้นใหญ่กว่านี้ และสุดท้าย... เก้าชั้นฟ้า"

ยังพูดไม่ทันจบ ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่สวรรค์ก็เปลี่ยนสี

เมฆสีทองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด แสงสีทองสาดลงมาจนทำให้ทุกคนในสำนักต้องหลับตา

เสียงดนตรีสวรรค์ดังขึ้นจากบนฟ้า กลีบดอกไม้สีทองโปรยปรายลงมา

"ทูตสวรรค์เสด็จ!"

ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักทั้งหมดคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นเต้น สำนักสวรรค์เบื้องบนไม่เคยส่งทูตลงมาที่สำนักเล็กๆ อย่างสำนักกระบี่สวรรค์เลยในรอบร้อยปี

จากเมฆสีทอง ชายหนุ่มในชุดคลุมสีทองอร่ามสามคนลอยลงมา แต่ละคนมีพลังระดับแก่นทองคำขั้นต้น ใบหน้าหยิ่งผยองเหมือนมองทุกคนเป็นมด

คนกลางถือม้วนราชโองการสีทองไว้ในมือ

"สำนักกระบี่สวรรค์รับราชโองการ!"

ทุกคนคุกเข่าลง รวมถึงผู้อาวุโสใหญ่

มีเพียงสองคนที่ยังยืนอยู่บนยอดเขากระบี่เมา คือเซียวอู๋จี้และหลินชิงเยว่

ทูตสวรรค์คนกลางคลี่ม้วนราชโองการออกแล้วอ่านด้วยเสียงดังก้อง

"ตามบัญชาของจักรพรรดินีสวรรค์เย่วหลิงซา ได้ตรวจพบว่าในโลกเบื้องล่างมีสตรีผู้มีครรภ์น้ำแข็งเก้าตายถือกำเนิดขึ้น นับเป็นเตาหลอมสวรรค์ชั้นเลิศที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี จึงมีบัญชาให้นำตัวหลินชิงเยว่แห่งตระกูลหลินขึ้นไปยังเก้าชั้นฟ้า เพื่อเป็นนางสนมของเทพบุตรมู่เฉิน เทพสงครามผู้ปกครองสวรรค์ชั้นที่สาม เพื่อช่วยในการบ่มเพาะ บัดนี้ให้ส่งตัวมาภายในสามวัน หากขัดขืน ถือว่าขัดราชโองการสวรรค์ ต้องประหารทั้งตระกูล!"

คำว่า "เตาหลอมสวรรค์" ทำให้หลินชิงเยว่หน้าซีดเผือดทันที

นางเคยอ่านเจอในตำราโบราณ เตาหลอมสวรรค์คือร่างกายพิเศษที่ถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือบ่มเพาะโดยการร่วมหลับนอนแล้วดูดพลังไป คนที่มีร่างกายแบบนี้จะถูกทรมานจนตายอย่างช้าๆ

เซียวอู๋จี้กำหมัดแน่นจนเลือดไหลออกมาจากฝ่ามือ

เย่วหลิงซา... มู่เฉิน...

พวกมันไม่เพียงแต่จะฆ่าเขาเท่านั้น แต่ยังจะเอาคนที่เขาเพิ่งบอกว่าจะปกป้องไปเป็นเครื่องมือบ่มเพาะอีก!

"นางไม่ไป" เสียงของเซียวอู๋จี้ดังขึ้นจากยอดเขา ทำให้ทุกคนตกตะลึง

ทูตสวรรค์ทั้งสามคนหันมามองด้วยสายตาเย็นชา

"เจ้าคือใคร? กล้าดียังไงมาขัดราชโองการสวรรค์?"

"ข้าคือคนที่พวกเจ้านายของพวกเจ้ากลัวจนต้องส่งหมามาเห่าถึงที่นี่ไงล่ะ"

เซียวอู๋จี้ลอยลงมาจากยอดเขา ยืนอยู่ตรงหน้าทูตสวรรค์ทั้งสามคน

"เซียวอู๋จี้!" ทูตคนหนึ่งจำชื่อได้จากรายงานของนักฆ่าที่หายไป "เจ้าคือปีศาจที่ฝึกวิชากลืนวิญญาณ! ดีเลย! จักรพรรดินีมีบัญชาให้จับเจ้ากลับไปทั้งเป็นด้วย!"

ทั้งสามคนพุ่งเข้าใส่เซียวอู๋จี้พร้อมกัน พลังแก่นทองคำขั้นต้นสามคนรวมกันแข็งแกร่งพอที่จะทำลายสำนักกระบี่สวรรค์ได้ทั้งสำนัก

ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนด้วยความดีใจ "ทูตสวรรค์ฆ่ามันเลย! มันเป็นมาร!"

หลินชิงเยว่จะพุ่งเข้าไปช่วย แต่เซียวอู๋จี้ยกมือห้ามไว้

"ยืนอยู่ตรงนั้น นี่คือเรื่องของข้า"

เขามองทูตสวรรค์ทั้งสามคนที่พุ่งเข้ามาแล้วรอยยิ้มของเขาก็เย็นเยียบที่สุด

"มู่เฉินอยากได้เตาหลอมหรือ? ดี... ข้าจะส่งของขวัญไปให้มัน"

บัวอสุรานิรันดร์ในร่างของเขาหมุนอย่างบ้าคลั่ง กลีบที่เจ็ดบานออก!

"กลืน - สามวิญญาณพร้อมกัน!"

พลังกลืนที่แข็งแกร่งกว่าเดิมสิบเท่าแผ่ออกไป!

ทูตสวรรค์ทั้งสามคนที่เคยหยิ่งผยอง รู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาถูกตรึงไว้กลางอากาศ พลังแก่นทองคำที่พวกเขาภูมิใจกำลังถูกกระชากออกจากร่างอย่างรุนแรง

"นี่มัน... วิชามาร! เจ้าเป็นมารจริงๆ!"

"รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว"

เซียวอู๋จี้กำมือ

บูม! บูม! บูม!

แก่นทองคำของทูตสวรรค์ทั้งสามคนแตกสลายในร่างของพวกเขาเอง พลังทั้งหมดถูกกลืนเข้ามาในร่างของเซียวอู๋จี้อย่างบ้าคลั่ง

สร้างรากฐานขั้นห้า... แตก!

สร้างรากฐานขั้นหก... ขั้นเจ็ด... ขั้นแปด... ขั้นเก้า!

แก่นทองคำขั้นต้น... ก่อตัว!

แสงสีดำพุ่งขึ้นจากร่างของเซียวอู๋จี้สู่ท้องฟ้า เมฆสีทองที่เคยปกคลุมท้องฟ้าถูกแสงสีดำฉีกออกเป็นสองส่วน!

ทั้งสำนักเงียบกริบ ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ศิษย์สายตรงที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงเดือน ฆ่าทูตสวรรค์สามคนที่เป็นระดับแก่นทองคำได้ในพริบตา!

เซียวอู๋จี้ลอยอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีดำของเขามีแก่นทองคำสีดำหมุนอยู่ข้างใน ร่างกายของเขาเปล่งพลังของระดับแก่นทองคำขั้นต้นออกมาอย่างชัดเจน

เขาหันไปมองหลินชิงเยว่ที่ยืนอยู่บนยอดเขา

"ไม่มีใครเอาตัวเจ้าไปได้ ตราบใดที่ข้ายังหายใจอยู่"

หลินชิงเยว่น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว นางไม่เคยมีใครปกป้องนางแบบนี้มาก่อน

เซียวอู๋จี้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เมฆสีทองกำลังสลายไป

"เย่วหลิงซา มู่เฉิน พวกเจ้าอยากเล่นแบบนี้ใช่ไหม? ดี..."

"อีกสามเดือน จะมีพิธีบรรลุราชันเซียนที่สำนักกระบี่สวรรค์ ข้าจะใช้พิธีนั้น... ประกาศสงครามกับสวรรค์ทั้งเก้าชั้นฟ้าต่อหน้าทุกคน"

"แล้วข้าจะขึ้นไปฉีกบัลลังก์ของพวกเจ้าลงมา"

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งแคว้น ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต้องสั่นสะท้าน

สงครามระหว่างมารผู้กลับชาติมาเกิดกับสวรรค์... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป